
โดยผลการตรวจเลือดดังกล่าว มีการระบุว่า พบสารแปลกปลอมในเลือดของนายบอส ด้วยกัน 4 ชนิด ชนิดแรกคือ อัลปราโซแลม (Alprazolam) จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับยานอนหลับ, ชนิดที่ 2 คือ เบนซอยเลกโกไนน์ (Benzoylecgonine) เป็นสารที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อมีการเสพโคเคน ซึ่งเป็นยาเสพติด, ชนิดที่ 3 คือ โคเคเอธทีลิน (Cocaethylene) เป็นสารที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อมีการเสพโคเคน ร่วมกับแอลกอฮอล์ ส่วนชนิดสุดท้ายคือ คาเฟอีน (Caffeine) ที่พบได้เมื่อเวลาดื่มกาแฟ ที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือ สารแปลกปลอมชนิดที่ 2 และ 3 เพราะในรายงานยังระบุด้วยว่า ไม่มีปนในยาหรืออาหารใดๆ และสารบางชนิดสามารถตกค้างในร่างกายได้นานถึง 40 ชั่วโมง
เรื่องนี้เป็นอีกประเด็นที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการวางกรอบไว้แต่แรกว่าจะมีการตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวนเมื่อปี 2555 ซึ่งในบันทึกผลการสอบสวน ปรากฏข้อมูลว่านายบอส ได้ชี้แจงไว้ว่า ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ 5 วัน ได้ไปรักษาฟันที่สถานพยาบาลแห่งหนึ่ง และแพทย์ได้ให้ยา อะม็อกซี่ซิลลิน (Amoxicillin) ขนาด 500 มิลลิกรัม หรือยาแก้อักเสบ ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะใช้บรรเทาอาการปวด ตำรวจจึงเรียกแพทย์ดังกล่าวมาสอบสวน ได้ความยืนยันว่ามีการรักษาและให้ยาดังกล่าวจริง โดยที่ตัวยาไม่มีส่วนผสมของโคเคนแต่อย่างใด หลังจากนั้นคณะพนักงานสอบสวนได้ไปสอบแพทย์ที่วินิจฉัยองค์ประกอบของสารแปลกปลอมในร่างกายเพิ่มเติม ว่ามีความเป็นไปได้ใดบ้างที่อาจทำให้พบสารโคเคนในร่างกาย ซึ่งแพทย์ระบุว่าเป็นไปได้ 2 ลักษณะ คือ เป็นผลหลอกที่เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือเกิดจากการเสพยาเสพติด
ส่วนที่มีการนำเรื่องนี้ไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการฯ และมีการเปิดเผยข้อมูลว่าสารโคเคนดังกล่าวเกิดจากการรักษาฟันนั้น เชื่อว่าเป็นความเข้าใจที่คาดเคลื่อน ส่วนการดำเนินการหลังจากนี้คือการหาผู้เชี่ยวชาญที่จะชี้ชัดได้ว่า สารทั้ง 2 ชนิดเกิดจากอะไร ซึ่งอาจประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้หาข้อสรุปในเรื่องนี้ และหากท้ายที่สุดพบว่าเป็นสารเสพติดจริง ก็จะเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาดำเนินการต่อไป
ส่วนการเสียชีวิตของ นายจารุชาติ มาดทอง หนึ่งในพยานปากสำคัญที่จังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันว่าไม่มีผลต่อการทำงานของชุดพนักงานสอบสวนครั้งนี้ แต่ก็ได้อธิบายว่านายจารุชาติ เป็นพยานที่ให้การเมื่อเดือนกันยายน 2555 ในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลเรื่องความเร็ว จนกระทั่งปี 2562 อัยการให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำเพิ่มในประเด็นดังกล่าว พร้อมกับพยานที่เป็นนายทหาร
การสอบสวนของคณะกรรมการชุดนี้เพิ่งเดินหน้าผ่านไปเพียง 3 วัน ยังมีรายละเอียดที่ต้องลงลึก เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าให้การเพิ่มเติม อย่างเรื่องความเร็วรถ ก็เป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่ยังไม่มีข้อยุติว่าจะเชื่อข้อมูลในด้านใด หรือจำเป็นต้องถึงขั้นจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงหรือไม่
August 01, 2020 at 12:09PM
https://ift.tt/3hV1xDR
รายงานพิเศษ : ไม่ชัด สารโคเคนในเลือด บอส อยู่วิทยา มาจากยาเสพติด - ช่อง 7
https://ift.tt/2wwKMNp
Bagikan Berita Ini
0 Response to "รายงานพิเศษ : ไม่ชัด สารโคเคนในเลือด บอส อยู่วิทยา มาจากยาเสพติด - ช่อง 7"
Post a Comment